ป่าหิมพานต์ เป็นป่าในจิตนาการ หรือเป็นแดนทิพย์ที่อุดมไปด้วยสรรพสิ่งซึ่งผิดเพี้ยนไปจากโลกมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นพืชพันธุ์ต้นไม้ใหญ่เล็ก โขดเขาลำเนาไพร น้ำตกเกาะแก่ง ตลอดจนสิงสาราสัตว์จตุบาท (มีสี่ขา) สัตว์ทวิบาท (มีสองขา) และจำพวกปลา ที่ไม่เหมือนปรกติที่พบเห็นได้ทั่วๆไป
![]() |
| ที่มา : http://twssg.blogspot.com/2011/08/digression-thai-tale-pra-suthon-manora.html |
กินรี และ กินนร เป็นสัตว์ในป่าหิมพานต์ ร่างกายท่อนบนเป็นมนุษย์ ท่อนล่างเป็นนก มีปีกบินได้ ตามตำนานเล่าว่าอาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ เชิงเขาไกรลาศ นับเป็นสัตว์ที่มีปรากฏในงานศิลปะของไทยมาก ส่วนในวรรณคดีไทยก็มีการอ้างถึงกินรีด้วย เป็นสิ่งมีชีวิตในเทพนิยายของทางชมพูทวีป พวกสิ่งมีชีวิตที่แปลก มักถูกกำหนดให้อาศัยอยู่ในป่าหิมพานต์ ซึ่งตำแหน่งปัจจุบันตรงกับ ป่าบริเวณเชิงเทือกเขาหิมาลัย
![]() |
| ที่มา : shutterstock.com |
กินรีกับกินนรเป็นอมนุษย์ในเทพนิยาย กินรีเป็นเพศหญิง และกินนรเป็นเพศชาย แต่ก็มักเรียกปน ๆ กันไป กินนร หมายถึงทั้ง ๒ เพศ คำว่า กินนร เป็นคำเรียกรวม และถ้าต้องการแยกเพศ กินนร จะเป็นกินนรเพศผู้ ส่วนกินนรเพศเมียอาจเรียกว่า กินรี (อ่านว่า กิน-นะ-รี) หรือ กินริน (อ่านว่า กิน-นะ-ริน)
![]() |
| ที่มา : https://www.bronze-sculpture.net/TH0117-life-size-thai-kinnaree-bronze-statue.html |
กินรี เป็นหนึ่งในบรรดาสัตว์หิมพานต์ทั้งหลาย ที่ได้รับความนิยมมาสร้างงานศิลปะกันหลายรูปแบบ ซึ่งนับเป็นสัตว์ที่มีปรากฏในงานศิลปะของไทยมาก ส่วนในวรรณคดีไทยก็มีการอ้างถึงกินรีด้วยเช่นกัน
ตำนานของกินรีหรือกินนร
กินนร มีต้นกำเนิดที่แท้จริงเป็นมาอย่างไรนั้นยังไม่พบตำราไหนกล่าวไว้ชัดเจน แต่ในเทวะประวัติของพระพุธกล่าวไว้ว่า เมื่อครั้งท้าวอิลราชประพาสป่าแล้วหลงเข้าไปในเขตหวงห้ามของพระศิวะนั้น ท้าวอิลราช และข้าราชบริพารผู้ติดตาม ล้วนถูกพระศิวะสาปให้แปลงเพศกลายเป็นหญิงไปทั้งหมด ต่อมานางอิลา (ชื่อของท้าวอิลราชในเพศเป็นหญิง) และบริวารได้มาเล่นน้ำที่สระ ใกล้ ๆ กับอาศรมของพระพุธ พระพุธเห็นนางอิลาเข้าก็นึกชอบ จึงรับนางไว้เป็นชายา แล้วเสกให้บริวารของนางกลายเป็นกินรี ท่องเที่ยวหาผลไม้กินอยู่ในป่าหิมพานต์ แล้วพระพุธก็ตรัสแก่นางกินรีเหล่านั้นว่า "เจ้าทั้งหลายจงเป็นกินนรี (กินรี) และอาศัยอยู่ในเขานี้เถิด กูจะหามูลผลาหารให้กินมิให้อดอยาก และกูจะหากิมบุรุษให้เป็นสามีเจ้าทั้งหลาย"
![]() |
| ที่มา : http://twssg.blogspot.com/2011/08/digression-thai-tale-pra-suthon-manora.html |
ในภัลลาติยชาดกยังได้จัดแบ่งพวกกินนรออกเป็น 7 ประเภท คือ
1. เทวกินนรา เป็นพวกเทวกินนร ครึ่งเทวดาครึ่งนก มีลักษณะคล้ายกับรูปกินนรไทย
2. จันทถินนรา จากนิทานชาดก เรื่องจันทกินรี มีรูปกายเป็นคน แต่มีปีก
3. ทุมกินนรา ไม่มีคำอธิบายว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร
4. ทัณฑมาณกินนรา ชนิดนี้น่าจะมีอะไรคล้ายๆ นกทัณฑิมา ซึ่งเป็นนกปากยาวดุจไม้เท้าอยู่บนใบบัว
5. โกนตกินนรา ไม่มีคำอธิบายว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร
6. สกุณกินนรา ไม่มีคำอธิบายว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร แต่อาจมีรูปร่างเล็กๆอย่างนก
7. กัณณปาวุรณกินนรา ไม่มีคำอธิบายว่ามีลักษณะเป็นอย่างไร
ศิลปกรรมรูปกินนร
กินนรเป็นสิ่งหนึ่งที่ปรากฏอยู่ในหนังสือสำคัญหลายฉบับ ทั้งที่เกี่ยวเนื่องกับทางศาสนาและที่ไม่ใช่เช่นนี้ และมักจะพบเห็นรูปกินนรมากมายในงานศิลปกรรมของชาติต่างๆ โดยเฉพาะในแถบเอเชีย มีหลักฐานปรากฏให้เห็นทั้งในรูปของงานจิตรกรรมและประติมากรรม ในที่นี้จะกล่าวถึง รูปกินนรในงานศิปกรรมไทย สมัยทวารวดี สมัยสุโขทัย และสมัยอยุธยา เป็นต้น
รูปกินนรในงานศิลปกรรมไทย สมัยทวารวดี
รูปกินนรที่พบในสมัยทวารวดี ล้วนเป็นงานประติมากรรมเสียส่วนใหญ่และมีหลักฐานอยู่น้อยชิ้น นิยมทำด้วยดินเผาและปูนปั้น รูปแบบที่พบ แสดงให้เห็นถึงลักษณะครึ่งคนครึ่งนกค่อนข้างชัดเจน แต่งกายด้วยเสื้อผ้าและเครื่องประดับแปลกตา ส่วนใหญ่ทำเป็นรูปฟ้อนรำหรือเล่นดนตรี มีหลักฐานที่ขุดพบที่อำเภอ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี มีเก่าไปถึงพุทธศตวรรษที่ 10 ซึ่งเป็นช่วงที่ศิลปะทวารวดีเกิดขึ้น และมีการสันนิษฐานว่า คติการสร้างรูปกินนรในสมัยทวารวดีคงเป็นไปตามความเชื่อทางพุทธศาสนา และนิยมสร้างเพื่อเล่าเรื่องราวเกี่ยวกับชาดกมากกว่าอย่างอื่น
![]() |
| รูปกินนรดินเผา ที่อำเภอ อู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ที่มา : ศิลปากร ปีที่ 45, ฉบับที่ 3, พ.ค. - มิ.ย. 2545 (ในหนังสือเรื่องกินรี สุนทรียภาพในงานศิลปะและวรรณกรรม) |
รูปกินนรในงานศิลปกรรมไทย สมัยสุโขทัย
รูปกินนรในศิลปะสุโขทัยเท่าที่ปรากฏหลักฐาน พบว่ามีทั้งเป็นรูปดินเผา ปูนปั้น ประดับตัวอาคาร และประดับปลายกรอบซุ้มจระนำในศาสนสถานต่างๆ เช่น วัดพระพายหลวง วัดมหาธาตุ รูปกินนรในสมัยสุโขทัยมีการดัดแปลงจากรูปเดิม เป็นรูปมกรมีขา หางเป็นกลุ่มกระหนก ซึ่งเป็นศิลปะแบบอินเดียใต้ที่ส่งผ่านมาทางลังกา ในกลางพุทธศตวรรษที่ 19 ทำให้เกิดการผสมผสานเข้ากับศิลปะสุโขทัยในเวลานั้นไปด้วย รูปแบบกินนรที่ประดิษฐ์ขึ้นในสมัยสุโขทัยนี้ อาจจะเป็นต้นแบบของรูปกินนรที่มีหางเป็นกระหนก ซึ่งได้กลายมาเป็นลักษณะเฉพาะของกินนรไทยในสมัยต่อๆมา โดยเฉพาะในสมัยอยุธยาที่มีให้เห็นมากว่าในสมัยอื่นๆ
![]() |
รูปกินนรปูนปั้นประดับซุ้มจระนำด้านทิศเหนือ วัดมหาธาตุ จังหวัดสุโขทัย
ที่มา : กรมศิลปากร, การอนุรักษฟืประติมากรรม วัดมหาธาตุ จังหวดสุโขทัย, 2539 (ในหนังสือเรื่องกินรี สุนทรียภาพในงานศิลปะและวรรณกรรม)
|
รูปกินนรในงานศิลปกรรมไทย สมัยอยุธยา
ศิลปกรรมรูปกินนรในสมัยอยุธยามีให้เห็นมากว่าในสมัยอื่นๆ เพราะนอกจากจะมีงานด้านประติมากรรมในรูปแบบต่างๆแล้ว ยังมีงานจิตกรรมที่ยังหลงเหลือเป็นหลักฐานอยู่มากพอสมควร ทั้งที่เป็นจิตรกรรมฝาผนัง จิตรกรรมลายรดน้ำ จิตกรรมบนสมุดข่อย รูปกิรนรที่เขียนเป็นลายผ้า และของใช้อื่นๆอีกมากมาย รูปกินนรที่พบในสมัยอยุธยาตอนปลาย แสดงถึงลักษณะของความเป็นไทยได้อย่างแท้จริง โดยเฉพาะส่วนหางของกินนรที่ประดิษฐ์ขึ้นมาเป็นรูปกระหนก 3 ตัว และกระหนกเปลว
![]() |
| ภาพเขียนสีกินนรในป่าหิมพานต์ ปกสมุดข่อย จากวัดศีรษะกระบือ สมัยอยุธยาตอนปลาย ที่มา : น ณ ปากน้ำ, จิตรกรรมสมัยอยุธยาจากสมุดข่อย, 2528 (ในหนังสือเรื่องกินรี สุนทรียภาพในงานศิลปะและวรรณกรรม) |
หลักฐานศิลปะกรรมรูปกินนรที่ปรากฏจะเห็นได้ว่ามีรูปแบบจากจิตนาการคล้ายๆกัน นั่นคือ กินนรมัลักษณะเป็นครึ่งคนครึ่งนก แบ่งได้เป็น 3 แบบ คือ
1. กินนรที่มีลักษณะเป็นคนทั้งตัวแต่ใส่ปีกหางอย่างนก
2. กินนรที่มีลักษณะท่องบนเป็นคน ท่อนล่างมีขาและปีกอย่างนก
3. กินนรที่มีลักษณะศีรษะเป็นคนแต่จากลำคอลงมาเป็นลำตัวของนกทั้งหมด หรือที่เรียกว่า ตัวอรหัน
กินนร ในมุมมองของคนไทยคือ สัตว์ที่มาป่าหิมพานต์ ดินแดนแห่งจินตนาการแห่งความฝัน กินนรที่พบในวรรณคดีไทยมักจะถูกกล่าวถึงในแง่ที่สวยงามเสมอ และในงานศิลปกรรมนั้น กินนรถูกสร้างขึ้นมาในความหมายที่เป็นมงคลมากกว่าอย่างอื่น ทำให้พบรูปกินนรที่เป็นงานจิตกรรม เขียนอยู่ฝาผนัง สมุดข่อย เป็นต้น ส่วนในงานประติมากรรม นิยมปั้นไว้สำหรับประดับสถานที่สำคัญ เช่น ศาสนสถาน หรือ พระบรมมหาราชวัง เป็นต้น
ที่มา :
กินรีและกินนร. ค้นเมื่อ 20 กันยายน 2562, จาก http://www.openbase.in.th/files/%20%E0%B9%81% E0%B8%A5%E0%B8%B0%20%201.doc
พรชีวินทร์. (2549). กินรี : สุนทรียภาพในงานศิลปะและวรรณกรรม. กรุงเทพฯ : ศยาม.
สำนักงานราชบัณฑิตสภา. (2556). กินนร กินรี (๑๒ กุมภาพันธ์ ๒๕๕๖). ค้นเมื่อ 20 กันยายน 2562,
จาก http://www.royin.go.th/?knowledges
สำนักงานราชบัณฑิตสภา. (2556). กินนร (๒๖ มีนาคม ๒๕๕๑). ค้นเมื่อ 20 กันยายน 2562,
จาก http://www.royin.go.th/?knowledges
สัตว์ในวรรณคดี กินรี. (ม.ป.ป.). ค้นเมื่อ 20 กันยายน 2562, จาก https://pratinsiri.wordpress.com







ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น